โพสต์โดย : Admin เมื่อ 29 มิ.ย. 2569 16:58:56 น. เข้าชม 67 ครั้ง
| เยอรมนี
|
![]()
30 มิ.ย. 2569 |
ปารากวัย
|

"ไม่มีก้าวต่อไปสำหรับผู้แพ้! "อินทรีเหล็ก" ระดมพลรบเต็มอัตราศึกท้าดวล "ดาวกากบาท" ล่าตั๋วรอบ 16 ทีมศึกน็อกเอาต์บอลโลก"
บอลโลก 2026 | เยอรมนี VS ปารากวัย (สนามกลาง) | รอบ 32 ทีม | วันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2026 | เวลา 03:30 น.
พรีวิว
ขุนพลยอดทีมชาติเยอรมนี เตรียมลงสนามพบกับ ทีมชาติปารากวัย ในการแข่งขันรอบ 32 ทีมสุดท้ายของศึกฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกรายการ บอลโลก 2026 เพื่อห้ำหั่นขับเคี่ยวแย่งชิงตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป โดยทัพ "ดาวกากบาท" ผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์มาได้ในฐานะหนึ่งในทีมอันดับสามที่ดีที่สุดของทัวร์นาเมนต์ ขณะที่ทัพ "อินทรีเหล็ก" โชว์ฟอร์มคว้าตำแหน่งแชมป์ของ กลุ่ม E มาครองเพื่อตีตั๋วเข้าสู่รอบนี้
แมตซ์ พรีวิว
เยอรมนี
ทัพ "อินทรีเหล็ก" ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและน่าประทับใจในการลงสนามสองแมตช์แรกของรายการ บอลโลก 2026 ด้วยการถล่มเอาชนะทีมชาติกือราเซา และทีมชาติไอวอรีโคสต์ พร้อมส่องสกอร์รวมกันถึง 9 ประตูจากชัยชนะทั้งสองนัด ซึ่งการเก็บ 6 คะแนนเต็มในเวลานั้นช่วยให้พวกเขาลอยลำตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จตั้งแต่ยังไม่เริ่มเกมสาม ทว่าในเกมนัดล่าสุด ขุนพลเยอรมันกลับต้องเผชิญหน้ากับความผิดหวังอย่างแรงหลังพ่ายให้กับทีมชาติเอกวาดอร์ ไปด้วยสกอร์ 2-1 ส่งผลให้ลูกทีมของ ยูเลียน นาเกลส์มันน์ ต้องลงสนามในแมตช์นี้ด้วยการแบกรับความกดดันจากการปราชัยมาในนัดล่าสุด
ก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์นี้ ทัพ เยอรมนี ไม่ได้ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มทีมเต็งจ๋าที่มีลุ้นสัมผัสถ้วยแชมป์โลก และในปัจจุบันพวกเขาก็ยังคงถูกมองว่าเป็นทีมรองบ่อนนอกสายตาสำหรับการลุ้นแชมป์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีโอกาสสูงที่แชมป์เก่าอย่างทีมชาติฝรั่งเศส อาจจะยืนรอพบพวกเขาอยู่ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่อย่างไรก็ตาม ขุนพลเยอรมนี ดีกรีแชมป์โลกสี่สมัย ผู้ซึ่งเคยต้องอกหักกระเด็นตกรอบแรกในศึก บอลโลก ปี 2018 และ 2022 มาแล้ว ย่อมมุ่งมั่นที่จะกู้ชื่อเสียงกลับคืนมา ยิ่งไปกว่านั้นในอดีตทัพ "อินทรีเหล็ก" เคยโคจรมาพบลองเชิงกับปารากวัย ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายของศึก บอลโลก 2002 ซึ่งครั้งนั้นจบลงด้วยชัยชนะของเยอรมัน 1-0 จากประตูชัยในช่วงท้ายเกมของ โอลิเวอร์ นอยวิลล์
ปารากวัย
ทางด้านขุนพลทัพ "ดาวกากบาท" ผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายมาได้ในฐานะหนึ่งในห้าทีมอันดับสามที่ดีที่สุด ร่วมกับทีมชาติสวีเดน, ทีมชาติเอกวาดอร์, ทีมชาติบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา และทีมชาติเซเนกัล ที่พากันจูงมือลิ่วรอบน็อกเอาต์แม้จะจบนอกพื้นที่สองอันดับแรกของกลุ่มก็ตาม โดยลูกทีมของ กุสตาโว อัลฟาโร เก็บได้ 4 คะแนนจากการลงสนาม 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม D ส่งผลให้พวกเขาจบในอันดับสาม โดยเป็นรองทีมอันดับสองอย่างทีมชาติออสเตรเลีย เพียงแค่ผลต่างประตูได้เสียเท่านั้น
ทัพ ปารากวัย ลงสนามแมตช์นี้หลังจากทำศึกเหนียวแน่นเสมอกับทีมชาติออสเตรเลีย 0-0 ในเกมล่าสุด ขณะที่ผลงานชิ้นโบแดงเพียงหนึ่งเดียวของพวกเขาในซัมเมอร์นี้คือการเฉือนชนะทีมชาติตุรกี มาได้ 1-0 ทั้งนี้ ประวัติศาสตร์การลงเล่นในรายการ บอลโลก ที่ดีที่สุดของสโมสรชาติแอฟริกาใต้ (อเมริกาใต้) รายนี้เกิดขึ้นในปี 2010 ยามที่พวกเขาทะลุเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ ทว่าหลังจากนั้นพวกเขากลับต้องพลาดสิทธิ์ผ่านเข้ามาเล่นในรอบสุดท้ายสามครั้งติดต่อกันในปี 2014, 2018 และ 2022 แม้ว่าการต้องมาเผชิญหน้ากับยักษ์ใหญ่แห่งยุโรปในเกมนัดนี้จะเป็นงานที่ยากลำบากและเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของทัพ "ดาวกากบาท" แต่ปูมหลังการพบกันหนล่าสุดของพวกเขากับเยอรมันจบลงด้วยผลเสมอแบบสุดมัน 3-3 ในแมตช์กระชับมิตรเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2013
ฟอร์มล่าสุด
เยอรมนี (บอลโลก) : ชนะ ชนะ แพ้
เยอรมนี (ทุกรายการ) : ชนะ ชนะ ชนะ ชนะ ชนะ แพ้
ปารากวัย (บอลโลก) : แพ้ ชนะ เสมอ
ปารากวัย (ทุกรายการ) : แพ้ ชนะ แพ้ ชนะ เสมอ
สภาพความพร้อมของทีม
เยอรมนี
ทัพ "อินทรีเหล็ก" จะหมดสิทธิ์ใช้งานเซนเตอร์แบ็กคนสำคัญอย่าง นิโค ชลอตเตอร์เบ็ค ที่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่บริเวณข้อเท้ามาจากเกมพบไอวอรีโคสต์ เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ส่งผลให้ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ จะได้ลงสนามจับคู่บัญชาการเกมรับตรงกลางร่วมกับ โยนาธาน ทาห์ ต่อไป ขณะที่ตำแหน่งแบ็กซ้าย นาธาเนียล บราวน์ ที่พลาดการลงสนามในเกมเจอเอกวาดอร์ เนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ คาดว่าจะผ่านความฟิตพร้อมกลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงตั้งแต่นาทีแรก โดยขุมกำลังส่วนที่เหลือของกุนซือ ยูเลียน นาเกลส์มันน์ ไม่มีปัญหาน่าปวดหัว และพร้อมส่งสามประสานแนวรุกระดับโลกอย่าง ไค ฮาแวร์ตซ์, ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ และ จามาล มูเซียล่า ลงสร้างความอันตรายพร้อมหน้าพร้อมตา
ปารากวัย
ฝั่งขุนพลทัพ "ดาวกากบาท" จะต้องขาดมิดฟิลด์คนสำคัญอย่าง ดิเอโก้ โกเมซ ที่ติดโทษแบนห้ามลงสนามเนื่องจากสะสมใบเหลืองครบโควตาจากการโดนใบเหลืองใบที่สองในเกมพบออสเตรเลีย ทว่าทีมจะได้รับข่าวดีเมื่อจะได้ตัว มิเกล อัลมิรอน แนวรุกตัวเก่งพ้นโทษแบนกลับคืนสู่ทีมอีกครั้ง ส่วนในรายของ โอมาร์ อัลเดเรเต้ มีอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า และ รามอน โซซ่า มีปัญหาเจ็บกล้ามเนื้อรบกวน ส่งผลให้ทั้งคู่ถูกระบุให้อยู่ในสถานะ รอเช็คความฟิต ขณะที่กองหน้าตัวเป้าวัย 34 ปีอย่าง กาเบรียล อวาลอส แม้จะมีสถิติพังประตูในนามทีมชาติเพียงแค่ 2 ลูกจากการลงสนาม 25 นัด แต่คาดว่าจะยังคงได้รับความไว้วางใจให้ลงประจำการล่าตาข่ายในแผงหน้าร่วมกับทีมต่อไป
คาดการณ์ผู้เล่น
เยอรมนี : นอยเออร์; คิมมิช, รูดิเกอร์, ทาห์, บราวน์; เอ็นเมชา, พาฟโลวิช; ซาเน่, มูเซียล่า, เวียร์ตซ์; ฮาแวร์ตซ์
ปารากวัย : กิลล์; คาเซเรส, อัลเดเรเต้, เวลาซเกซ, อลอนโซ่; อัลมิรอน, กาลาร์ซ่า, คูบาส, เมาริซิโอ; อวาลอส, เอนซิโซ่
วิเคราะห์คาดการณ์
ศึกฟุตบอล บอลโลก 2026 ในรอบน็อกเอาต์แพ้คัดออก 32 ทีมสุดท้ายแมตช์นี้ คาดว่ารูปเกมจะบดกันอย่างสนุกเข้มข้น ขุนพล "อินทรีเหล็ก" ทีมชาติเยอรมนี ของกุนซือ ยูเลียน นาเกลส์มันน์ จำเป็นต้องเรียกความมั่นใจและสมาธิกลับคืนมาโดยเร็วหลังจากสะดุดพ่ายเอกวาดอร์ มาในนัดล่าสุด สภาพทีมเกมนี้ถือว่าพร้อมรบแม้จะไม่มี นิโค ชลอตเตอร์เบ็ค ที่บาดเจ็บข้อเท้า แต่แนวรับยังมี อันโตนิโอ รูดิเกอร์ และ โยนาธาน ทาห์ คุมหลังบ้าน ยิ่งไปกว่านั้นแผงเกมรุกชุดหลักทั้ง ไค ฮาแวร์ตซ์, ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ และ จามาล มูเซียล่า พร้อมประสานงานบุกตะลุยเข้าใส่คู่แข่ง ทางด้านทีมชาติปารากวัย ของกุนซือ กุสตาโว อัลฟาโร โดนลดทอนประสิทธิภาพในแดนกลางจากการขาด ดิเอโก้ โกเมซ ที่ติดโทษแบน แถมยังต้องรอเช็คความฟิตสองแกนหลักอย่าง โอมาร์ อัลเดเรเต้ และ รามอน โซซ่า แม้ว่าจะได้ มิเกล อัลมิรอน กลับมาช่วยปั้นเกมสวนกลับร่วมกับ กาเบรียล อวาลอส และวางระบบเกมรับเหนียวแน่นคอยตั้งรับลึกตามสไตล์เพื่อหวังยื้อเกม แต่สถิติแนวรุกของทัพ "ดาวกากบาท" ค่อนข้างฝืด ยิงได้เพียงประตูเดียวจากสองนัดหลัง เปรียบเทียบศักยภาพและขุมกำลังกันแล้ว ขุนพลเยอรมันมีมิติการเข้าทำและชื่อชั้นผู้เล่นที่เหนือกว่ามหาศาล ยามที่เกมกดดันหนักในศึกทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ความเฉียบขาดในจังหวะทีเด็ดทีขาดของสามประสานแนวรุกทัพเยอรมันจะก้าวเข้ามาสร้างความแตกต่าง และจะช่วยให้ทีมพังประตูเจาะแนวรับอเมริกาใต้คว้าชัยผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปได้สำเร็จ
คาดการณ์สกอร์ : เยอรมนี 2-0 ปารากวัย
ข้อมูลที่น่าสนใจ
ทีมชนะ: เยอรมนี - ทัพ "อินทรีเหล็ก" มีความพร้อมและความหลากหลายในเกมรุกที่เหนือกว่าชัดเจน อีกทั้งศักยภาพตัวผู้เล่นรายบุคคลยังดูดีกว่าฝั่งทีมชาติปารากวัย ที่ขาดมิดฟิลด์ตัวเก่งจากโทษแบนและมีปัญหานักเตะบาดเจ็บรบกวน ยามที่บดกันตลอดยี่สิบเก้านาทีแชมป์โลกสี่สมัยจะอาศัยความเคี่ยวบดเอาชนะไปได้
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : ต่ำ - เนื่องจากเกมนัดนี้เป็นแมตช์รอบน็อกเอาต์ที่มีความกดดันสูง คาดว่าทีมชาติปารากวัย จะวางหมากเน้นตั้งรับลึกอย่างแน่นหนาเพื่อจำกัดพื้นที่เข้าทำของคู่แข่ง เหมือนอย่างในเกมล่าสุดที่ยันเสมอออสเตรเลียมาได้ ขณะที่เยอรมันเองก็คงจะเล่นด้วยความรัดกุมมากขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดในแนวรับ
Both Teams to Score (BTTS) : ไม่ - จากสถิติเกมรุกของทัพ "ดาวกากบาท" ที่ค่อนข้างฝืดและพังประตูได้น้อยมากในทัวร์นาเมนต์นี้ ยามที่ต้องมาเผชิญหน้ากับแนวรับระดับโลกนำโดย อันโตนิโอ รูดิเกอร์ และ โยนาธาน ทาห์ ของทัพเยอรมัน จึงเป็นงานที่ยากลำบากอย่างยิ่งสำหรับปารากวัยในการหาช่องเจาะเข้าไปทำประตู
ทีมได้ประตูแรก : เยอรมนี - ด้วยระบบทีมที่เป็นต่อ ขุนพลทัพ "อินทรีเหล็ก" จะเป็นฝ่ายครองสิทธิ์ครอบครองบอลและเปิดเกมรุกบุกเข้าใส่ตั้งแต่เริ่มเกม และคาดว่าความสามารถเฉพาะตัวรวมถึงการประสานงานอันยอดเยี่ยมของ จามาล มูเซียล่า และ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ จะช่วยให้ทีมพังประตูเบิกร่องออกนำไปก่อนได้ในครึ่งแรก